Line : @audios1 ☎️TEL.097-0923959 IG : @stemcell.ig Page FB : Stemcell.FB Website : www.My-strawberry.net สินค้านำเข้าจาก USA ♨️เปิดรับตัวแทนจำหน่าย (แบบสต๊อก/ไม่สต๊อก) #สำนักเขาซมซาน

This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

Friday, June 16, 2017

กลาโหมสหรัฐหนุนหลังการพัฒนาโปรเซสเซอร์แบบใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมโดนสิ้นเชิง

กลาโหมสหรัฐหนุนหลังการพัฒนาโปรเซสเซอร์แบบใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมโดนสิ้นเชิง 


 CPU ในปัจจุบันนั้นมีการทำงานที่คล้ายๆ กันไปหมด ออกแบบมาเพื่อรับส่งข้อมูลขนาดใหญ่เป็นชุด ใส่ลงในแคชให้บ่อยที่สุด และประมวลผล ซึ่งนั่นไม่ใช่วิธีประมวลผลงานทุกประเภทที่ไวที่สุด ทำให้กลาโหมสหรัฐต้องการหาชิปประมวลผลแบบใหม่ที่ดีกว่าเดิม
DARPA หน่วยงานวิจัยทางการทหารของสหรัฐได้ทุ่มทุนกว่า $80 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อพัฒนาชิปประมวลผลเชิงเส้นตัวแรกที่ชื่อว่า HIVE (Hierarchical Indentify Verify Exploit) เพื่อเข้าถึงข้อมูลขนาด 8-byte แบบสุ่มจาก System Global Memory และส่งแต่ละชุดนั้นเข้าไปประมวลผลอย่างอิสระ ทำให้สามารถประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ได้ดีกว่าเดิมมาก และที่สำคัญคือสามารถสเกลได้ จะเพิ่มจำนวนชิป HIVE กี่ตัวก็ได้ เพื่อให้การทำงานเพิ่มความเร็วขึ้นตามจำนวนที่ใช้
แน่นอนว่าหน่วยงาน DARPA ไม่ได้ทำงานวิจัยนี้เพียงผู้เดียว รายใหญ่วงการชิปประมวลผลก็เข้าร่วมด้วย ได้แก่ Intel, Qualcomm และ Northrop Grumman กับนักวิจัยจาก Georgia Tech และ Pacific Northwest National Laboratory
กว่าชิป HIVE ดังกล่าวจะใช้งานได้จริงคงต้องใช้เวลาอีกยาวนาน โดยบรรดานักวิจัยทั้งหลายต่างก็กำลังออกแบบฟันเฟืองแห่งโลกอนาคตอันใหม่อยู่ ถ้าการทำงานจริงทำได้เหมือนกับคอนเซปท์ของมันก็คาดว่าน่าจะพบปัญหา และแก้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ในอนาคตกลาโหมจะตรวจจับสัญญาณการโจมตีทางไซเบอร์ หรือนักวิจัยจะตรวจพบการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างรวดเร็วขึ้น แน่นอนว่าต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากกว่าเดิมด้วย แต่ชิปใหม่นี้จะทำให้การประมวลผลเกิดขึ้นได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : https://www.overclockzone.com

Share:

Thursday, June 15, 2017

เกิดการโจมตีของ “ไวรัสเรียกค่าไถ่” แพร่กระจายไปทั่วโลก ในขณะนี้ลามไปแล้ว 74 ประเทศในเวลาแค่ 6 ชั่วโมง!

เกิดการโจมตีของ “ไวรัสเรียกค่าไถ่” แพร่กระจายไปทั่วโลก ในขณะนี้ลามไปแล้ว 74 ประเทศในเวลาแค่ 6 ชั่วโมง!
การโจมตีของ ransomware หรือไวรัสเรียกค่าไถ่ตัวล่าสุดที่กำลังเป็นข่าวทุกช่องทางอยู่ในขณะนี้ กำลังกระจายไปทั่วโลกในอัตราที่รวดเร็วจนน่าวิตกเลยครับ ซึ่งมีการรายงานสถานะการณ์กันแบบอัพเดทกันชั่วโมงต่อชั่วโมง เพราะมันเป็นการแพร่กระจายไปทั่วโลกรุนแรงในระดับที่องค์กรขนาดใหญ่ต้องมีการประกาศแจ้งเตือนให้หยุดระบบที่เสี่ยงต่ออันตรายของการติดเชื้อในตอนนี้กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ความรวดเร็วในการแพร่กระจายของมันเริ่มจากข่าวแจ้งเตือนในเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมาจาก MalwareHunterTeam รายงานว่าตรวจพบ ransomware ที่มีชื่อเรียกว่า WanaCrypt0r ซึ่งมีผลทำให้เครื่องที่ติดเชื้อจะไม่สามารถเข้าถึงระบบสำคัญต่างๆ ของเครื่องได้  มีอัตราการแพร่กระจายในระดับควรแจ้งเตือนให้ทราบโดยทั่วกัน เพราะในเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง (จริงๆ สามารถพูดได้ว่าไม่ถึง 2 ชั่วโมง ถ้านับจากการระบาดอย่างชัดเจน) พวกเขาได้รับทราบข้อมูลจำนวนเหยื่อที่ติดเชื้อจากประเทศต่างๆ รวม 11 ประเทศ และภายในเวลาประมาณแค่ 6 ชั่วโมงหลังจากนั้น Kaspersky Lab ผู้ให้บริการความปลอดภัยด้านอินเตอร์เน็ตก็ได้ออกรายงานเพิ่มเติมมาว่า มีการโจมตีของไวรัสตัวนี้มากกว่า 45,000 ครั้งซึ่งปรากฏใน 74 ประเทศทัวโลกแล้วในขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อก็ยังคงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตามการคาดการของนักวิจัยจาก MalwareTech ในสหราชอาณาจักร มีการระบุไว้ว่า Ransomware ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่นั้นอาจจะใช้การกระจายเชื้อเจาะเข้าสู่ระบบจากช่องโหว่ของ Microsoft Windows (EternalBlue) ที่เพิ่งจะมีรายข่าวการรั่วไหลจาก US National Security Agency ไปเมื่อเร็วๆ นี้นั้นเองครับ
รัสเซีย, ไต้หวัน และสเปนดูเหมือนจะเป็นประเทศกลุ่มแรกที่โดนโจมตีและประสบปัญหาอย่างหนักจากเจ้า ransomware ตัวนี้ ก่อนมีการแพร่กระจายลุกลามไปยังทวีปต่างๆ ที่มีประชากรหนาแน่นโดยล่าสุด เจ้า WanaCrypt0r ได้ลุกลามเข้าสู่ประเทศใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกันครับ
WanaCrypt0r กระจายตัวเข้าสู่ผู้ใช้ทั้งในระดับบุคคลและองค์กรขนาดใหญ่ครับ ซึ่งเป็นสาธารณูปโภคที่สำคัญด้วยเช่นโรงพยาบาลในประเทศอังกฤษหรือผู้ให้บริการโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ Telefonica ในประเทศสเปน ซึ่งทั้งหมดได้รับคำเตือนจากเจ้าไวรัสเรียกค่าไถ่ในลักษณะเดียวกัน นั้นคือ
“คุณมีเวลาในการชำระเงินเพียง 3 วันเท่านั้น หลังจากนั้นราคาจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า นอกจากนี้ถ้าคุณไม่จ่ายเงินภายใน 7 วันคุณจะไม่สามารถกู้คืนไฟล์ของคุณได้อีกตลอดไป”
จากการอัพเดทข้อมูลล่าสุด ทาง FedEx ก็ได้ออกมายืนยันกับแหล่งข่าวของ BBC ด้วยเช่นกันว่า เขาเองกำลังได้รับผลกระทบหลังตรวจพบการติดเชื้อ WannaCry ที่สำนักงานในสหราชอาณาจักร บริษัทได้มีคำสั่งให้คู่ค้าในสหรัฐฯ ปิดระบบเครือข่ายที่ไม่สำคัญทั้งหมดที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ลงไปแล้วในขณะนี้ครับ
สถานะการณ์ยังคงเป็นไปแบบอัพเดทชั่วโมงต่อชั่วโมงครับ ซึ่งทาง Microsoft เองก็พยายามเตือนผู้ใช้ให้เปิดการอัพเดทระบบเอาไว้ให้ใหม่ล่าสุดอยู่ตลอดเวลา เพื่อเป็นการลดปัญหาและการกระจายตัวของไวรัสได้อย่างรวดเร็วและทันสถานการณ์ให้มากที่สุดครับ

Share:

กลยุทธ์สำหรับโทรศัพท์มือถือของ Microsoft ในขั้นต่อไป คือการหันไปให้ความสำคัญกับ iOS และ Android มากกว่าเดิม!

กลยุทธ์สำหรับโทรศัพท์มือถือของ Microsoft ในขั้นต่อไป คือการหันไปให้ความสำคัญกับ iOS และ Android มากกว่าเดิม!

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา Microsoft เป็นบริษัทที่ไม่เคยประสบความสำเร็จในการบุกเข้าสู่ตลาดโทรศัพท์มือถือได้ตามเป้าอย่างที่เขาตั้งใจ ทำได้ใกล้เคียงสุดเพียงแค่ในยุคของ Windows Phone ซึ่งปัจจุบันทางบริษัทเองก็เหมือนกำลังจะปล่อยให้ระบบสมาร์ทโฟนของตัวเองตายลงไปและหายไปจากตลาดในไม่ช้า
อย่างไรก็ตาม Microsoft ก็ยังคงต้องมีแนวการทำงานร่วมกันกับอุปกรณ์สมาร์ทโฟนและให้ความสำคัญกับมันต่อไปครับ เพราะปัจจุบันสมาร์ทโฟนนับเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากที่สุดจากทุกคนบนโลก แต่แผนงานต่อไปของทาง Microsoft จะมีทิศทางอย่างไร ที่ผ่านมาก็ต้องบอกว่า ยังไม่มีความชัดเจนและยังไม่มีใครรู้ครับ
ล่าสุดรายงานจากเว็บไซด์ The Verge ผู้ซึ่งมีโอกาสได้ร่วมพูดคุยกับ คุณ Joe Belfiore หนึ่งในซีอีโอผู้กำหนดทิศทางของบริษัท Microsoft เปิดเผยแผนกลยุทธ์ที่จะให้ระบบ Windows ของเขา เข้ามีบทบาทอย่างไรกับผู้ใช้สมาร์ทโฟนในทุกวันนี้ คำตอบก็คือ ” Microsoft จะผลักดันให้ระบบ Windows เป็นระบบที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำงานและใช้แอพพลิเคชั่นต่อเนื่องกันแม้ว่าอุปกรณ์สมาร์ทโฟนที่พวกเขามีนั้นจะเป็นระบบ iOS หรือ Android ก็ตาม”
ซึ่งสิ่งที่ คุณ Joe Belfiore  และบริษัท Microsoft ตั้งใจไว้ก็คือ จากสถิติในปัจจุบันของผู้ใช้แต่ละราย จะมีอุปกรณ์มากถึง 6 อุปกรณ์ด้วยกันสำหรับการใช้งานอยู่เป็นประจำ และเขาต้องการจะให้หนึ่งในอุปกรณ์เหล่านั้นเป็นเครื่องในระบบ Windows โดยไม่จำเป็นต้องไปพยายามขายสมาร์ทโฟนที่ต้องเป็นสมาร์ทโฟน Windows อย่างที่ผ่านมา จะเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือโน๊ตบุ๊คพกพาแบบใดก็ได้ และสิ่งที่จะทำให้ผู้ใช้เลือกอุปกรณ์ของพวกเขา คือการทำให้ระบบ Windows สามารถสอดรับและทำงานต่อเนื่องกับการทำงานของเครื่องในระบบอื่นๆ ให้มากที่สุด ซึ่งระบบที่เขาโฟกัสมานั้นก็คือ ระบบ Android และ iOS ที่อยู่ในอุปกรณ์สมาร์ทโฟนนั้นเองครับ
ที่ผ่านมา Microsoft ก็ได้พยายามที่จะผลักดันแอพพลิเคชั่นและบริการของพวกเขา ให้เข้าไปเป็นแอพพลิเคชั่นสำคัญที่อยู่ในระบบ Android และ iOS ตลอดมาครับ และในปัจจุปัน Microsoft ก็เพิ่งจะมีการเปิดตัวคุณลักษณะใหม่ที่เรียกว่า หน้า Timeline ซึ่งตั้งใจออกแบบมาเพื่อที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้งานแอพพลิเคชันที่ทำงานค้างไว้บนอุปกรณ์อื่นๆ ทั้งจากในระบบ Windows 10 และแม้แต่ในอุปกรณ์โทรศัพท์อย่าง iPhone หรือสมาร์ทโฟน Android ได้ต่อเนื่องกัน

นอกจากนี้ยังมีบริการ Microsoft Graph Cloud เพื่อให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถเชื่อมโยงแอพพลิเคชั่นต่างๆ ระหว่างอุปกรณ์ โดย Microsoft Graph Cloud จะทำหน้าที่เป็นเกตเวย์เพื่อให้แอพพลิเคชันบนมือถือสามารถเชื่อมโยงกันกับแอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์เดสท็อป และมีฟังก์ชันที่ใช้งานกันได้แบบต่อเนื่องมากมาย เช่น การเริ่มอ่านข่าวจากจุดที่อ่านค้างไว้ หรือการแก้ไขเอกสารจากย่อหน้าเดิมที่ทำงานค้างไว้ หรือการใช้คุณลักษณะคลิปบอร์ดคัดลอกเนื้อหาข้ามอุปกรณ์ จากอุปกรณ์พีซีที่ใช้ระบบ Windows 10 คัดลอกเนื้อหาที่ต้องการเหล่านั้นไปยัง iPhone หรืออุปกรณ์ Android ได้โดยตรง เป็นต้น
พูดง่ายๆ สิ่งที่ Microsoft ต้องการ ก็คือการขอเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้นั่นเองครับ โดยไม่ทำตัวขัดแย้งกับระบบอื่นๆ ในด้านการใช้งาน แต่จะเน้นสร้างประสบการณ์ในการใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
แต่ปัญหาก็คือแนวคิดนี้ดูจะสวนทางกับ Apple อย่างมากครับ เพราะสินค้าของ Apple มักจะออกแบบระบบของเขาให้มีการปิดกั้นและสนับสนุนแต่เพียงระบบนิเวศของเขาเองเป็นสำคัญ ซึ่งคุณ Belfiore ก็ได้ให้ความเห็นกับเรื่องนี้เอาไว้ด้วยเช่นกันครับ
“สิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันมากเกี่ยวกับสิ่งที่เรากำลังทำอยู่และสิ่งที่ผมได้เห็นจาก Apple ก็คือเรากำลังเปิดรับอุปกรณ์ต่างๆ ให้เข้ามาสู่ระบบ เราจะสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ผู้ใช้และลูกค้าของเราในการได้เลือกใช้อุปกรณ์ที่เขาต้องการ” และถ้ามีสิ่งใดที่เป็นอุปสรรคกีดขวางแนวทางนั้น จากทั้งอุปกรณ์ iOS หรือ Android ” Microsoft จะพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อหาทางสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า”
Belfiore ยังได้กล่าวเพิ่มเติมไว้อีกด้วย ว่า “วิสัยทัศน์สำหรับพวกเรา แต่ละคนก็จะมีกิจกรรมที่ทำแตกต่างกัน และแต่ละคนก็จะเลือกอุปกรณ์ที่นำมาใช้งานแตกต่างจากบริษัทที่ต่างกัน นั้นคือความสมเหตุสมผลที่ควรจะเป็น”
Share:

300 เครื่องเท่านั้น! Acer ปล่อยพลังมุ้งมิ้งด้วยโน้ตบุ๊คลิมิเต็ดอิดิชั่น Hello Kitty สำหรับแฟนคิตตี้ในประเทศไทย

300 เครื่องเท่านั้น! Acer ปล่อยพลังมุ้งมิ้งด้วยโน้ตบุ๊คลิมิเต็ดอิดิชั่น Hello Kitty สำหรับแฟนคิตตี้ในประเทศไทย

เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) เปิดตัวโน้ตบุ๊คใหม่ล่าสุด ด้วยดีไซน์สีชมพูมุ้งมิ้งของ Acer Hello Kitty Limited Edition บอดี้สีขาวตัดขอบชมพูเข้ม ประดับลายคิตตี้และโลโก้ Hello Kitty สีโกลด์บริเวณฝาหลัง ป้องกันรอยนิ้วมือด้วยระบบนาโนอิมพริ้นท์ติ้ง หวานใสด้วยแป้นคีย์บอร์ดสีชมพูสกรีนตัวอักษรสีขาว เข้าคู่กับทัชแพดสกรีนรูป Hello Kitty ที่ดึงดูดความสนใจไว้ได้ตั้งแต่แรกเห็น
นอกจากจะคิวท์แล้วยังบิ้วท์อินมาดีเยี่ยม เซตระบบบูทวินโดวส์ในธีม Hello Kitty รองรับระบบปฏิบัติการ Window 10 Home พร้อมขับเคลื่อนพลังด้วยระบบประมวลผล Intel® CoreTM Core i5 7th Generation (2.5GHz up to 3.1GHz, 3MB L3 Cache) พร้อมระบบอินเทลกราฟฟิคที่สมบูรณ์แบบ นำเสนอภาพคมชัดบนหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว Full HD (1920 x 1080 pixel) แบบ IPS เติมเต็มอรรถรสการรับฟังด้วยระบบเสียง Dolby Audio ผ่านลำโพงคู่บริเวณฐานเครื่อง และพอร์ต Lan, USB 3.0, USB. type-C, USB 2.0 2port, HDMI, Card Reader, ช่องใส่หูฟังในตัว เต็มแม็กซ์กับความจุ 4GB ฮาร์ดดิสก์ 1TB ภายใต้โน้ตบุ๊คดีไซน์บางเบา 1.5 กก.
Acer Hello Kitty Limited Edition พร้อมให้คุณได้จับจองเป็นเจ้าของแล้วเพียง 300 เครื่องเท่านั้น ในราคา 25,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) พร้อมการรับประกันค่าแรง และค่าอะไหล่ 2 ปี และ International Traveling Warranty 1 ปี วางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศตามร้านไอทีช็อปทุกสาขา Power Buy / Power Mall / IT City / JIB / Advice  ช็อปออนไลน์ LAZADA และตัวแทนร้านค้าชั้นนำที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ 

Share:

21 คีย์ลัด บน Windows 10 ที่ควรรู้!!

21 คีย์ลัด บน Windows 10 ที่ควรรู้!!


คีย์ลัดบน Windows ถูกใส่เข้ามาเพื่อให้เราใช้งานได้สะดวกสบายและรวดเร็วมากขึ้นในการทำงาน ซึ่งสำหรับ Windows 10 ก็ใส่คีย์ลัดทีน่าสนใจมากถึง 21 รูปแบบ โดยบางตัวเราก็คุ้นเคยกันอย่างดีอยู่แล้ว อย่างเช่น Ctrl + C และ Ctrl +V เพื่อคัดลอกและวาง แต่หลายตัวเราอาจยังไม่ทราบกัน ดังนั้นเรามาดูกันว่า 21 คีย์ลัด บน Windows 10 ที่ควรรู้!! มีอะไรบ้าง?

คีย์ลัดผลที่เกิดขึ้น
Windows key + Aเปิด Action center
Windows key + Cเปิด Cortana ในสถานะพร้อมสนทนากับเจ้าของเครื่อง
Windows key + Dซ่อนและเปิดหน้าต่างทั้งหมดพร้อมกัน
Windows key + Eเปิดหน้าต่าง File Explorer
Windows key + Hเปิดแถบสำหรับ Share
Windows key + Iเปิดหน้า Settings
Windows key + Lล็อคคอมพิวเตอร์หรือสลับบัญชี
Windows key + Sเปิดฟังก์ชัน Search
Windows key + ตัวเลขเปิดโปรแกรมทีเราปักหมุดไว้บน Taskbar ตามลำดับ
Windows key + ลูกศรย่อหน้าต่างงาน ไปด้านครึ่งซ้าย ขา มุม ขยายและย่อ
Windows key + Comma(ค้างไว้)ซ่อนหน้าต่างทั้งหมดเอาไว้ชั่วคราว
Windows key + Ctrl +Dเพิ่มหน้า Desktop
Windows key + Ctrl + ลูกศร ซ้าย หรือ ขวาสลับหน้า Desktop
Windows key + Enterเปิดโหมดช่วยคนตาบอด
Windows key + Homeเก็บหน้าต่างโปรแกรมทุกอันยกเว้นอันทีใช้งานอยู่
Windows key + PrtScnจับภาพหน้าจอ
Windows key + Shift +ลูกศรขึ้นขยายหน้าต่างโปรแกรมให้เต็มจอในแนวตั้ง
Windows key + Tabเปิด Task view
Ctrl + Shift + Escเปิด Task Manager
Alt +Tabสลับแอพฯ
Ctrl + Alt +Tabดูแอพฯ ที่เปิดทั้งหมด

เราจะเห็นว่า ถือว่าเป็นตัวช่วยสำหรับผู้ใช้เครื่อง Windows 10 ที่ไม่ใช่หน้าจอสัมผัสได้เป็นอย่างดีคครับ ทำให้ใช้งาน Windows 10 ได้ง่ายขึ้นมากครับ
Share:

Mega bit per second ครับเป็นหน่วยของความเร็วของ Internet

Mbps ย่อมาจาก Mega bit per second ครับเป็นหน่วยของความเร็วของ Internet ที่นิยมใช้กันครับ
หลายๆคนเข้าใจว่าเป็น Mega byte แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ครับ


คำว่า bit จะใช้ b ตัวเล็ก แต่คำว่า byte จะใช้ B ตัวใหญ่ครับ

ขนาดข้อมูล 1 byte = 8 bit ครับ

ตัวอย่างการคำนวณความเร็วในการรับข้อมูลเช่น
Internet 1 Mbps จะรับข้อมูลได้ 1024*1024 = 1048576 บิทต่อวินาที ซึ่งเมื่อแปลงเป็นหน่วยไบต์ แล้วจะเท่ากับ 1048576/8 = 131072 ไบต์ต่อวินาทีหรือเท่ากับ 131072/1024 = 128 Kb/s

ถ้าเน็ต 6Mbps ที่โฆษณาๆกันตอนนี้เวลาโหลดบิท หรือโหลดไฟล์ต่างๆก็จะมีความเร็วเต็มที่อยู่ที่ 6*128 = 768 กิโลไบต์ต่อวินาทีครับ (ตอนโหลด IDM จะเห็นลองสังเกตดู)
Share:

The Windows Installer Service could not be accessed

The Windows Installer Service could not be accessed


หลายท่านคงเคยเจอข้อความแบบนี้เวลาที่เราทำการลงโปรแกรมแล้วปรากฏว่าการลงโปรแกรมไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้โดยไม่รู้สาเหตุ บางท่านถึงกับต้องทำใจโดยการลงวินโดว์ใหม่กันเลยเพื่อซ่อมเจ้าตัวปัญหานี้ให้หาย แต่วันนี้ผมมีทางเลือกที่มหัศจรรย์ ง่าย น่าทึ่ง โดยการที่เราทำการแก้ปัญหานี้ได้ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที



เมื่อ ลงโปรแกรมแล้ว ท่าน เจอข้อความแบบ นี้
"The Windows Installer Service could not be accessed. This can occur if you are running Windows in a safe mode, or if the Windows Installer is not correctly installed. Contact your support personnel for assistance.”

เรามีทางแก้ไห้ท่าน ดังนี้
Method 1: Unregister and re-register the Windows Installer

1. คลิก Start, คลิก Run, พิมพ์ MSIEXEC /UNREGISTER, แล้วคลิก OK. หลังจากนั้นทำตามวิธีที่ 2 ต่อเลยครับ

2. คลิก Start, คลิก Run, พิมพ์ MSIEXEC /REGSERVER, แล้วคลิก OK.

3. หลังจากนั้ลองทดสอบลงโปรแกรมดูอีกครั้ง จบครับ

credit : momayvj
form :bloggang

Method 1: Unregister and re-register the Windows Installer
1. Click Start, click Run, type MSIEXEC /UNREGISTER, and then click OK. Even if you do this correctly, it may look like nothing occurs.
2. Click Start, click Run, type MSIEXEC /REGSERVER, and then click OK. Even if you do this correctly, it may look like nothing occurs, or you may briefly see an hourglass. After you run this command, the operation is complete.
3. Try your Windows Installer-based application again.

Share:

Blue Screen เผื่อเอาใว้ จะได้ไม่หลงทาง

เผื่อเอาใว้ จะได้ไม่หลงทาง
         คำว่า Blue Screen คนเล่นคอม จะรู้จักดีและเป็นสิ่งที่ทุกคนกลัวไม่อยากให้เกิดกับเครื่องของตน เพราะถ้าเกิดนั้นเป็นสัญญาณบอกเหตุว่าคอมของตนเริ่มมีปัญหา แต่ที่น่าเจ็บใจคือมันบอกเป็นเลขรหัสที่เราๆ ท่านๆ ต้องงงเพราะไม่รู้ว่ามันหมายความว่าอะไร และจะมีทางแก้ไขอย่างไร ผมไปอ่านเจอมาว่าแต่ละตัวมีความหมายอย่างไร ก็ลองแปลมาให้คุณๆ ได้อ่าน คิดว่าน่าจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา ได้บ้าง รหัสที่แจ้งของ Blue Screen จริงๆมีเกินร้อยตัว



1.(stop code 0X000000BE) Attempted Write To Readonly Memory
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:

อาการ นี้เกิดจากการลง driver หรือ โปรแกรม หรือ service ที่ผิดพลาด เช่น ไฟล์บางไฟล์เสีย ไดร์เวอร์คนละรุ่นกัน ทางแก้ไขให้ uninstall โปรแกรมตัวที่ลงก่อนที่จะเกิดปัญหานี้ ถ้าเป็นไดร์เวอร์ก็ให้ทำการ roll back ไดร์เวอร์ตัวเก่ามาใช้ หรือ หาไดร์เวอร์ที่ล่าสุดมาลง (กรณีที่มีใหม่กว่า) ถ้าเป็นพวก service ต่างๆที่เราเปิดก่อนเกิดปัญหาก็ให้ทำการปิด หรือ disable ซะ

2.(stop code 0X000000C2) Bad Pool Caller
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
ตัว นี้จะคล้ายกับตัวข้างบน แต่เน้นที่พวก hardware คือเกิดจากอัฟเกรดเครื่องพวก Hardware ต่าง เช่น ram ,harddisk การ์ดต่างๆ ไม่ compatible กับ XP ทางแก้ไขก็ให้เอาอุปกรณ์ที่อัฟเกรดออก ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ให้ลงไดร์เวอร์ หรือ อัฟเดท firmware ของอุปกรณ์นั้นใหม่ และคำเตือนสำหรับการจะอัฟเดท ให้ปิด anti-virus ด้วยนะครับ เดียวมันจะยุ่งเพราะพวกโปรแกรม anti-virus มันจะมองว่าเป็นไวรัส

3.(stop code 0X0000002E) Data Bus Error
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:

อาการ นี้เกิดจากการส่งข้อมูลที่เรียกว่า BUS ของฮาร์ดแวร์เสียหาย ซึ่งได้แก่ ระบบแรม ,cache L2 ของซีพียู , เมมโมรีของการ์ดจอ, ฮาร์ดดิสก์ทำงานหนักถึงขั้น error (ร้อนเกินไป) และเมนบอร์ดเสีย

4.(stop code 0X000000D1)Driver IRQL Not Less Or Equal
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:

อาการไดร์เวอร์กับ IRQ(Interrupt Request ) ไม่ตรงกัน การแก้ไขก็เหมือนกับ error ข้อที่ 1

5. (stop code 0X0000009F)Driver Power State Failure
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:

อาการ นี้เกิดจาก ระบบการจัดการด้านพลังงานกับไดรเวอร์ หรือ service ขัดแย้งกัน เมื่อคุณให้คอมทำงานแบบ"hibernate" แนวทางแก้ไข ถ้าวินโดวส์แจ้ง error ไดร์เวอร์หรือ service ตัวไหนก็ให้ uninstall ตัวนั้น หรือจะใช้วิธี Rollback driver หรือ ปิดระบบจัดการพลังงานของวินโดวส์ซะ

6.(stop code 0X000000CE) Driver Unloaded Without Cancelling Pending Operations
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:

อาการไดร์เวอร์ปิดตัวเองทั้งๆ ทีวินโดวส์ยังไม่ได้สั่ง การแก้ไขให้ทำเหมือนข้อ 1

7.(stop code 0X000000F2)Hardware Interrupt Storm สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการ ที่เกิดจากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เช่น USB หรือ SCSI controller จัดตำแหน่งกับ IRQ ผิดพลาด สาเหตุจากไดร์เวอร์หรือ firmware การแก้ไขเหมือนกับข้อ 1

8.(stop code 0X0000007B)Inaccessible Boot Device
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการ นี้จะมักเจอตอนบูตวินโดวส์ จะมีข้อความบอกว่าไม่สามารถอ่านข้อมูลของไฟล์ระบบหรือ boot partitions ได้ ให้ตรวจฮาร์ดดิสก์ว่าปกติหรือไม่ สายแพหรือสายไฟที่เข้าฮาร์ดดิสก์หลุดหรือไม่ ถ้าปกติดีก็ให้ตรวจไฟล์ boot.ini อาจจะเสีย หรือไม่ก็มีการทำงานแบบmulti OS ให้ตรวจดูว่าที่ไฟล์นี้อาจเขียน config ของ OS ขัดแย้งกัน

อีกกรณี หนึ่งที่เกิด error นี้ คือเกิดขณะ upgrade วินโดวส์ สาเหตุจากมีอุปกรณ์บางตัวไม่ compatible ให้ลองเอาอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นหรือคิดว่ามีปัญหาออก เมื่อทำการ upgrade วินโดวส์ เรียบร้อย ค่อยเอาอุปกรณ์ที่มีปัญหาใส่กลับแล้วติดตั้งด้วยไดร์เวอร์รุ่นล่าสุด

9. (stop code 0X0000007A) Kernel Data Inpage Errorสาเหตุและแนวทางแก้ไข:

อาการ นี้เกิดมีปัญหากับระบบ virtual memory คือวินโดวส์ไม่สามารถอ่านหรือเขียนข้อมูลที่ swapfile ได้ สาเหตุอาจเกิดจากฮาร์ดดิสก์เกิด bad sector, เครื่องติดไวรัส, ระบบ SCSI ผิดพลาด, RAM เสีย หรือ เมนบอร์ดเสีย

10. (stop code 0X00000077) Kernel Stack Inpage Errorสาเหตุและแนวทางแก้ไข:

อาการและสาเหตุเดียวกับข้อ 9

11. (stop code 0X0000001E) Kmode Exception Not Handled
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:

อาการ นี้เกิดการทำงานที่ผิดพลาดของไดร์เวอร์ หรือ service กับ หน่วยความจำ และ IRQ ถ้ามีรายชื่อของไฟล์หรือ service แสดงออกมากับ error นี้ให้ทำการ uninstall โปรแกรมหรือทำการ roll back ไดร์เวอร์ตัวนั้น

ถ้ามีการ แจ้งว่า error ที่ไฟล์ win32k สาเหตุเกิดจาก การ control software ของบริษัทอื่นๆ (Third-party) ที่ไม่ใช้ของวินโดวส์ ซึ่งมักจะเกิดกับพวก Networking และ Wireless เป็นส่วนใหญ่

Error นี้อาจจะเกิดสาเหตุอีกอย่าง นั้นคือการ run โปรแกรมต่างๆ แต่หน่วยความจำไม่เพียงพอ


12. (stop code 0X00000079)Mismatched Halสาเหตุและแนวทางแก้ไข:

อาการ นี้เกิดการทำงานผิดพลาดของ Hardware Abstraction Layer (HAL) มาทำความเข้าใจกับเจ้า HAL ก่อน HAL มีหน้าที่เป็นตัวจัดระบบติดต่อระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟท์แวร์ว่าแอปพลิเคชั่น ตัวไหนวิ่งกับอุปกรณ์ตัวไหนให้ถูกต้อง ยกตัวอย่าง คุณมีซอฟท์แวร์ที่ออกแบบไว้ใช้กับ Dual CPU มาใช้กับเมนบอร์ดที่เป็น Single CPU วินโดว์ก็จะไม่ทำงาน วิธีแก้คือ reinstall วินโดวส์ใหม่

สาเหตุ อีกประการการคือไฟล์ที่ชื่อ NToskrnl.exe หรือ Hal.dll หมดอายุหรือถูกแก้ไข ให้เอา Backup ไฟล์ หรือเอา original ไฟล์ที่คิดว่าไม่เสียหรือเวอร์ชั่นล่าสุดก๊อปปี้ทับไฟล์ที่เสีย

13. (stop code 0X0000003F)No More System PTEs
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:

อาการ นี้เกิดจากระบบ Page Table Entries (PTEs) ทำงานโดย Virtual Memory Manager (VMM) ผิดพลาด ทำให้วินโดวส์ทำงานโดยไม่มี PTEs ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวินโดวส์ อาการนี้มักจะเกิดกับการที่คุณทำงานแบบ multi monitors

ถ้าคุณเกิดปัญหานี้บ่อยครั้ง คุณสามารถปรับแต่ง PTEs ได้ใหม่ ดังนี้
1. ให้เปิด Registry ขึ้นมาแก้ไข โดยไปที่ Start > Run แล้วพิมพ์คำสั่ง Regedit
2. ไปตามคีย์นี้ HKEY_LOCAL_MACHINESYSTEMCurrentControlSetControlSession ManagerMemory Management
3. ให้ดูที่หน้าต่างขวามือ ดับคลิกที่ PagedPoolSize ให้ใส่ค่าเป็น 0 ที่ Value data และคลิก OK
4. ดับเบิลคลิกที่ SystemPages ถ้าคุณใช้ระบบจอแบบ Multi Monitor ให้ใส่ค่า 36000 ที่ Value data หรือใส่ค่า 40000 ถ้าเครื่องคุณมี RAM
128 MB และค่า 110000 ในกรณีที่เครื่องมี RAM เกินกว่า 128 MB แล้วคลิก OK
รีสตาร์ทเครื่อง


14. (stop code 0X00000024) NTFS File Systemสาเหตุและแนวทางแก้ไข:

อาการ นี้สาเหตุเกิดจากการรายงานผิดพลาดของ Ntfs.sys คือไดร์เวอร์ของ NTFS อ่านและเขียนข้อมูลผิดพลาด สาเหตูนี้รวมถึง การทำงานผิดพลาดของ controller ของ IDE หรือ SCSI เนื่องจากการทำงานของโปรแกรมสแกนไวรัส หรือ พื้นที่ของฮาร์ดดิสก์เสีย คุณๆสามารถทราบรายละเอียดของerror นี้ได้โดยให้เปิดดูที่ Event Viewer วิธีเปิดก็ให้ไปที่ start > run แล้วพิมพ์คำสั่ง eventvwr.msc เพื่อเปิดดู Log file ของการ error โดยให้ดูการ error ของ SCSI หรือ FASTFAT ในหมวด System หรือ Autochk ในหมวด Application

15. (stop code 0X00000050)Page Fault In Nonpaged Areaสาเหตุและแนวทางแก้ไข:
อาการ นี้สาเหตุการจากการผิดพลาดของการเขียนข้อมูลในแรม การแก้ไขก็ให้ทำความสะอาดขาแรมหรือลองสลับแรมดูหรือไม่ก็หาโปรแกรมที่ test แรมมาตรวจว่าแรมเสียหรือไม่


16. (stop code 0Xc0000221)Status Image Checksum Mismatchสาเหตุและแนวทางแก้ไข:

อาการนี้สาเหตุมาจาก swapfile เสียหายรวมถึงไดร์เวอร์ด้วย การแก้ไขก็เหมือนข้อ 15

17. (stop code 0X000000EA) Thread Stuck In Device Driver
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:

อาการ ของ error นี้คือการทำงานของเครื่องจะทำงานในแบบวนซ้ำๆ กันไม่สิ้นสุด เช่นจะรีสตร์ทตลอด หรือแจ้งerror อะไรก็ได้ขึ้นมาไม่หยุด ปัญหานี้ สาเหตุอาจจะเกิดจาก bug ของโปรแกรมหรือสาเหตุอื่นๆ เป็นร้อย การแก้ไขให้พยายามทำตามนี้

1.ให้ดูที่ power supply ของคุณว่าจ่ายกำลังไฟเพียงพอกับความต้องการของคอมคุณหรือไม่ ให้ดูว่าในเครื่องคุณมีอุปกรณ์มากไปไม่เหมาะกับ power supply ของคุณ ก็ให้เปลื่ยนตัวใหม่ให้กำลังมากขึ้น ปัญหานี้ผมเคยมีประสพการณ์แล้ว 2 ครั้ง คือ
2. ให้คุณดูที่การ์ดจอว่าได้ใช้ไดร์เวอร์ตัวล่าสุด ถ้าแน่ใจว่าใช้ตัวล่าสุดแล้วยังมีอาการ ก็ให้ทำการ Rollback ไดร์เวอร์ตัวก่อนที่จะเกิดปัญหา
3. ตรวจดูการ์ดจอและเมนบอร์ดว่าเสียหรือไม่เช่น มีรอยไหม้, ลายวงจรขาด มีชิ้นสวนบางชิ้นหลุดจากตำแหน่งเดิม เป็นต้น
4. ดูที่ bios ว่าส่วนของ VGA slot เลือกโหมด 4x,8x ถูกตามสเปกของการ์ดหรือไม่
5. เช็คดูที่ผู้ผลิตเมนบอร์ดว่ามีไดร์เวอร์ตัวใหม่หรือไม่ ถ้ามีให้โหลดลงใหม่ซะ
6. ถ้าคุณมีการ์ดแลนหรือเมนบอร์ดของคุณมี on board อยู่ให้ disable ฟังก์ชั่น "PXE Resume/Remote Wake Up" โดยไปปิดที่ BIOS

18. (stop code 0X0000007F) unexpected Kernel Mode Trap

สาเหตุและแนวทางแก้ไข:

อาการ นี้ส่วนใหญ่จะเป็นกับนัก overclock (ผมก็คนหนึ่ง) เป็นอาการ RAM ส่งข้อมูลให้ CPU ไม่สัมพันธ์กันคือ CPU วิ่งเร็วเกินไป หรือร้อนเกินไปสาเหตุเกิดจากการ overclock วิธีแก้ก็คือลด clock ลงมาให้เป็นปกติ หรือ หาทางระบายความร้อนจาก CPU ให้มากที่สุด

19. (stop code 0X000000ED)Unmountable Boot Volume
สาเหตุและแนวทางแก้ไข:

อาการ ที่วินโดวส์หาฮาร์ดดิสก์ไม่เจอ (ไม่ใช่ตัวบูตระบบ) ในกรณีที่คุณมีฮาร์ดดิสก์หลายตัว หนึ่งในนั้นคุณอาจใช้สายแพของฮาร์ดดิสก์ผิด เช่น ฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ 33MB/secound ซึ่งต้องใช้สายแพ 40 pin แต่คุณเอาแบบ 80 pin ไปต่อแทน



Share:

Blog Archive

Total Pageviews

Facebook FANPAGE